เทคนิคการเลือกซื้อกล้องถ่ายรูป


… วันนี้ผมจะมาแนะนำแนวคิด และเทคนิคการเลือกซื้อกล้องถ่ายรูปมาใช้งานกัน นะครับ
ก่อนอื่นเราก็ต้องมารู้จักกับกล้อง 2 ประเภท ใหญ่ๆ ก่อน //ผมจะพูดถึง กล้องที่เป็นที่นิยมโดยทั่วๆ ไปนะครับ
ประเภทแรก ก็ืคือ กล้องดิจิตอลคอมแพค ซึ่งกล้องประเภทนี้ เป็นกล้องที่มีราคาถูก และมีขนาดเล็ก กลไกการทำงานก็ไม่ซับซ้อน และหลายๆ รุ่นที่ขายในไทย ก็มีเมนูภาษาไทยด้วย รวมถึงฟังก์ชั่นการใช้งานแบบสำเร็จรูปที่เพียบพร้อม …ส่วนประเภทที่ 2 ก็คือ กล้อง กล้องดิจิตอล DSLR ซึ่งเป็นกล้องขนาดใหญ่ ที่ส่วนใหญ่แล้วบรรดาช่างภาพมืออาชีพเขาจะใช้กล้องประเภทนี้กัน เพราะมีความยืนหยุ่นในการถ่ายภาพที่ดีกว่า สามารถตั้งค่าต่างๆ ได้เอง โฟกัสได้แบบ MF และเปลี่ยนเลนส์ได้ตามต้องการ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่แพงพอตัว ล่ะครับ

                                          

ลักษณะ กล้องคอมแพค ทั่วๆ ไป                                                                ลักษณะ กล้อง DSLR ทั่วๆ ไป

เซ็นเซอร์ของกล้องทั่วๆ ไปจะมี อยู่ 2 ชนิด นั่นก็คือ CCD กับ CMOS
CCD นั่นจะมีราคาสูงสักหน่อย ให้ภาพที่คมชัด แต่สัญญาณรบกวนเยอะกว่า CMOS  และมีกลไกการทำงานที่ซับซ้อน กินพลังงานสักหน่อย
CMOS ให้ภาพสีจืดกว่าสักหน่อย แต่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่พัฒนาจนแก้ข้อเสียต่างๆ ในเซ็นเซอร์ชนิดนี้ได้แล้ว …ตัวนี้จะมีราคาถูกกว่า CCD พอสมควร การทำงานไม่ซับซ้อน กินไฟต่ำ………….

นาโน

จากรูป ภาพซ้ายผมถ่ายด้วยกล้อง DSLR Canon 550D ส่วนทางขวาเป็นกล้องคอมแพค BenQ GH600
จะเห็นว่า ไม่ค่อยแตกต่างกันสักเท่าไหร่ (ขึ้นอยู่กับประเภทงานที่ถ่าย)

คราวนี้มาดู แนวคิดกันบ้าง ครับ ……ให้คุณตอบตัวเองให้ได้ก่อน ว่าคุณอยากได้กล้องถ่ายรูปมาใช้ถ่ายอะไรบ้าง และมีความถี่ในการใช้งานมากน้อยแค่ไหน รวมถึงสภาพพื้นที่ที่คุณจะใช้กล้องด้วย …เช่น

IMG_0929

– ถ้าคุณทำงานที่เกี่ยวกับงานออกสังคม แล้วต้องใช้กล้องเพื่อ ถ่ายรูปหมู่ และกิจกรรม ต่างๆ คุณก็อาจเลือกใช้เพียงกล้องคอมแพคมาใช้ก็เพียงพอแล้ว ซึ่งสามารถใช้ฟังก์ชั่นถ่ายรูปงานปราตี้ มาใช้ถ่ายภาพกิจกรรมได้ โดยกล้องจะคำนวนสภาพแสง และ สปีดชัตเตอร์ ให้เอง หรือถ้าเป็นกิจกรรมที่คนเดินไปเดินมาเยอะๆ ก็อาจไช้ฟังก์ชั่นถ่ายกีฬาก็ได้ แต่ถ้าจะให้ดีถ้ากล้องมี ให้ปรับ สปีดชัตเตอร์ได้เอง ก็จะดีมาก ซึ่งในปัจจุบัน กล้องคอมแพคจะมีให้ปรับรูรับแสง และสปีดชัตเตอร์ได้เอง แล้ว

IMG_0147
– ถ้าคุณชอบท่องเที่ยว และถ่ายภาพวิวธรรมชาติ คุณก็อาจเลือกใช้กล้องที่มีเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ขึ้น เพราะจะช่วยให้คุณถ่ายภาพใด้ในมุมที่กว้างขึ้น กรณีนี้ ถ้ามีงบเยอะ ก็เลือกใช้ DSLR เลยก็ได้ แต่ถ้าไม่ได้เที่ยวถ่ายรูปบ่อยนัก ก็หันมาใช้ กล้องคอมแพค จะดีกว่า ครับ เพราะว่ามีโหมดฟังก์ชั่นให้ถ่ายภาพวิว เช่นกัน

DCIM\100MEDIA
– ถ้าคุณอยากถ่ายสัตว์ตัวเล็ก เช่นแมลง หรือนก คุณก็คงต้องพึ่งกล้อง DSLR พร้อมกับเลนส์มาโคร หรือเลนส์ซูม แล้วล่ะครับ และแถมด้วยขาตั้งกล้องดีๆ อีกสักตัว ..สำหรับคนงบเยอะก็ไม่มีปัญหาครับ

FILE1012
– ถ้าคุณอยากถ่ายรูป บุคคล เช่น ถ่ายแบบ หรือ ถ่ายคู่ เน้นถ่ายคนทั่วๆ ไป ก็สามารถเลือกกล้องมาใช้ได้ัทั้ง 2 ประเภท ครับ เช่น ถ้าอยากถ่ายให้ ตัวคนชัด แต่ฉากหลังเบลอๆ ก็ต้องพึ่งกล้อง DSLR ครับ แต่ถ้าเอาแค่ธรรมดาๆ ก็ใช้กล้องคอมแพค ครับ

มาดูด้านปัจจัยกันครับ ….สำหรับคนที่งบเยอะๆ หรือมีมืออาชีพอยู่ข้างๆ มีคนคอยแนะนำอยู่ใกล้ๆ และมีคู่มือการถ่ายภาพ อยากจะเป็นมืออาชีพด้านนี้ มีความชอบถ่ายรูปอยู่เป็นประจำ ก็แนะนำให้เลือกซื้อกล้อง DSLR ไปเลย ครับ เพราะสามารถหัดถ่ายไปเรื่อยๆ ได้ แต่ก็ต้่องพัฒนาฝีมือด้วยนะครับ แล้วก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามมาทีหลังนั่นก็คือ อุปกรณ์เสริมต่างๆ ของกล้อง เช่น เลนส์ ถ่ายใกล้ ถ่ายไกล ถ่ายวิว ถ่ายคน ฯลฯ สารพัด ครับ รวมถึงพวกฟิลเตอร์ กรองแสง ขาตั้งกล้อง ไฟแฟลซ แบตเตอร์รี่ กล่องและกระเป๋าเก็บอุปกรณ์ เครื่องมือทำความสะอาดกล้อง ฯ และยังรวมถึงกิเลสในการซื้อเลนส์ใหม่มาใช้เรื่อยๆ ด้วย ….แต่ก็มีบางคนนะครับที่ซื้อมาแล้ว เห่อ ถ่ายเล่นอยู่ได้ ไม่นาน ก็ไม่ค่อยได้ใช้แล้ว (น่าเสียดาย)…แบบว่าใช้ไม่คุ้มราคาน่ะครับ ถ้าจะให้ดี ต้องใช้กล้องหาเงินได้ด้วย เหมือนที่มืออาชีพเขารับถ่ายรูปงานต่างๆ เช่นเจ้าบ่าวเจ้าสาว หรือรับปริญา ….ส่วนทางคนงบน้อย เน้นการถ่ายรูปทั่วไป เน้นปริมาณภาพ เพื่อสรุปกิจกรรมการทำงาน หรือถ่ายเล่นๆ เวลาไปเที่ยว หรือทำกิจกรรม ก็ซื้อกล้องคอมแพคมาใช้จะดีที่สุดครับ

ต่อไปก็มาดูวิธีเลือกซื้อกล้องให้คุ้มค่ากับราคามากที่สุด

สำหรับกล้องคอมแพค นะครับ ผมจะยกตัวอย่างให้ดูดังนี้
image

จากรูปนะครับ จะเห็นว่า พวกโปรชัวร์สินค้า จะบอกรายละเอียดของกล้องเพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง
สิ่งที่ต้องดู ก็คือ  Optical  Zoom ซึ่งเป็นการซูมเลนส์ โดยที่เลนส์จะมีการเคลื่อนที่ เพื่อซูมเข้าออก ..การซูมแบบนี้จะให้ภาพที่ปกติ ยิ่งซูมได้มากก็ยิ่งดีครับ โดยจะบอกเป็นตัวเลข อย่างที่เห็นในภาพคือ 5X …ยิ่งเยอะยิ่งดีครับ เพราะจะเพิ่มโอกาศในการถ่ายภาพ แบบชัดตื้นได้ด้วย(หน้าชัด หลังเบลอ) และจะมีการซูมอีกแบบหนึ่งนั่นก็คือ Digital Zoom ซึ่งเป็นการซูมด้วยโปรแกรมของกล้อง ทำให้ภาพออกมาเน่าๆ ดังนั้น คุณไม่ต้องสนใจ ตัว Digital Zoom  เลยครับ ให้ดูแต่ Optical Zoom  เป็นพอ ครับ
ส่วนถัดมา ก็เป็นเรื่องของความละเอียดในการถ่ายรูปครับ หลายๆ คนก็ชอบเข้าใจผิด คิดว่ายิ่งละเอียดมาก ภาพจะชัด ..ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดๆ ครับ …ความละเอียดของภาพที่มักแสดงไว้ในโปรชัวร์สินค้านั้น หมายถึงขนาดของภาพครับ เช่นในตัวอย่าง คือ 14M (ประมาณ 14 เมกะพิกเซล ) แนะนำว่าอย่าเลือกต่ำกว่า 10M นะครับ ….. อย่างต่อไปก็คือตัวเซ็นเซอร์ ยิ่งใหญ่ก็ยิ่งดี และถ้าในโปรชัวร์ไม่ได้เขียนเอาวไว้ ก็ให้สังเกต จากขนาดของหน้าเลนส์ ครับ ยิ่งกว้างยิ่งดีครับ ……ในส่วนของจอ แสดงผล ให้คำนึงถึงว่า ยิ่งใหญ่ ก็ยิ่งหมดแบตเร็ว ครับ แล้วก็พวกของแถม เช่นการ์ดนี่จริงๆ ซื้อเอาต่างหากก็ได้ครับ เพราะราคาถูกๆ
และ ถ้ากล้องมีโหมดต่างๆ เช่น โหมด M Tv Av ฯ ด้วยจะดีมาก เพราะคุณสามารถ ปรับ สปีดชัตเตอร์ และรูรับแสงเองได้ด้วย ทำให้ยืดหยุ่นในการถ่ายรูปมากยิ่งขึ้น

ใหการเลือกยี่ห้อ นะครับ แนะนำให้เลือก ยี่ห้อที่มาตฐานสักหน่อย แบบว่า อุปกรณ์เสริมต่างๆ หาซื้อเปลี่ยนได้ง่ายๆ และไม่แพง เช่น มาตรฐานการเชื่อมต่อกล้องเข้ากับคอมฯ ก็ควรเป็น USB ส่วนการ์ดหน่วยความจำก็ควรเป็น SDHC …. เพราะถ้าคุณเลือกยี่ห้อที่ไม่มาตฐาน คุณจะประสบปัญหาอย่างมากเวลาคุณทำอุปกรณ์ชำรุดหรือหาย คุณจะไม่สามารถเชื่อมต่อกล้องเพื่อเอารูปออกได้เลย ….ผมขอยกตัวอย่าง เช่น กล้องของ โซนี่ ซึ่งจะใช้การ์ดหน่วยความจำ Memory Stick และ พอร์ตเชื่อมต่อออกจากตัวกล้องจะเป็นพอร์ตเฉพาะของโซนี่ด้วย ….ซึ่งต่างจากยี่ห้ออื่นๆในท้องตลอดที่ส่วนใหญ่จะใช้มาตรฐานเดียวกัน คือใช้ SDHC การ์ด และพอร์ตเชื่อมต่อเหมือนๆ กัน …..ซึงก็เคยมีเพือนผมหลายคนเจอปัญหานี้เช่นกัน เวลาต้องการรูปจากกล้อง แล้วไม่มีสายต่อ แถมยังหาเครื่องที่เสียบ Memory Stick  ไม่ได้ด้วย ขนาดโน็คบุค ยังเสียบไม่ได้เลย

ต่อมาที่จะต้องรู้เกี่ยวกับกล้องเซ็นเซอร์ของกล้องนะครับ …
คือ ถ้าเซ็นเซอร์ใหญ่ กล้องก็จะยิ่งแพงด้วย เพราะมันจะเก็บภาพได้ในมุมที่กว้างขึ้น และสัญญาณรบกวนก็จะน้อยลง

จากตาราง ให้ดูว่า 1/3.6 เป็นเซ็นเซอร์ที่มาขนาดเล็ก และ 1/1.7 นั้นมีขนาดใหญ่กว่า พูดง่ายๆ ก็คือ ตารางนี้จะเรียงจากเล็กลงมาหาใหญ่นั่นเอง ครับ

Aspect Ratio ก็คือ อัตราส่วนส่วนของภาพ ครับ เช่น 3:2 4:3 และ 16:9
–  3:2 ภาพถ่ายแบบที่ปริ้นใส่กระดาษโฟโต้  ที่ไปอัดรูปตามร้าน
–  4:3 เป็นภาพแบบสี่เหลี่ยม ที่เปิดบนจอ แบบสี่เหลี่ยมได้พอดีๆ
–  16:9 ถาพแบบแนวนอน สำหรับจอ widescreen หรือแบบ HD นั่นเอง

Noise : ก็คือ สัญญาณบนภาพ หรือจะเรียกแบบบ้านๆ ว่า ขี้กากบนภาพก็ได้ ครับ
image

ส่วนใหญ่ Noise จะเกิดขึ้นในบริเวณที่มืดๆ ของภาพ และการ เพิ่ม ISO ก็ส่งผลให้มี Noise มากขึ้นด้วย
และที่สำคัญ Noise จะยิ่งมามาก ในกล้องที่มีเซ็นเซอร์ขนาดเล็ก ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า การถ่ายภาพในเวลากลางคืน หรือในสภาพแสงไฟนีออน เป็นอะไรที่ยาก สำหรับกล้องคอมแพค แต่ก็พอมีวีดีแก้อยู่เหมือนกัน ครับ คือ คุณต้องหาแหล่งแสงที่มีพลังสักหน่อย และลดค่า ISO ลงไปต่ำสุด ก็พอช่วยให้คุณได้ภาพสวยๆ ได้เหมือนกัน ครับ …หรือถ้าใช้โหมดถ่ายภาพกลางคืนในกล้อง คุณก็ต้องใช้ขาตั้งกล้องร่วมด้วย ไม่งั้นเบลอแน่นอน สำหรับกล้อง DSLR ก็เจอปัญหานี้เช่นกันครับ แต่ไม่มาก ขึ้นอยู่กับการปรับค่าต่างๆ ในกล้องด้วย

รูรับแสง (F stop number) หรือ ที่เรียกสั้นๆ ว่า F
สำหรับกล้อง DSLR นั้นจะมีปุ่มให้หมุนๆ เพิ่มลดค่า F ได้อย่างละเอียด แต่สำหรับ กล้องคอมแพค นั้น จะปรับได้นิดๆ หน่อย ขึ้นอยู่กับระบบของเลนส์ด้วย เช่น ถ้าซูมเลนส์เข้าไป ก็จะปรับไปมาได้ 2 ค่า ถ้าซูมในระยะอื่น ค่า F ก็จะเปลี่ยนไปอีก … สำหรับค่า F นี้ เลขยิ่งน้อย รูรับแสงก็จะยิ่งเปิดกว้าง ถ้าเลขเยอะ รูมันจะแคบลง ทำให้แสงเข้ากล้องได้น้อย และถ่ายภาพออกมาได้มืดลง ….

สปีดชัตเตอร์ (Speed Shutter)
      เช่นถ้าตั้งเป็น 1/200 ก็จะสามารถถ่ายภาพคนกระโดนลอยตัวอยู่กลางอากาศได้ และถ้าตั้งเป็น 1/1000 ก็จะถ่ายพัดลมที่กำลังหมุนให้หยุดนิ่งได้ ส่วนถ้าปรับน้อยๆ จะเหมาะกับพวกถ่ายภาพพรุ ถ่ายภาพน้ำตก และถ่ายภาพตอนกลางคืน และควรใช้ขาตั้งกล้องด้วย

ISO : คือการชดเชยแสงนั่นเอง …ในสภาพแสงปกติ เรามักจะตั้งเป็น 100 แต่เมื่อใดที่อยู่สภาพแสงน้อยๆ เวลาถ่ายรูป ภาพที่ได้ก็จะสั่นๆ เบลอๆ เราจึงต้องเพิ่มค่า ISO ขึ้นมาเพือช่วยในส่วนนี้ แต่สำหรับกล้องคอมแพค การเพิ่มขึ้นแม้จะเพียงแค่ 400 เราก็จะเห็น Noise ได้อย่างชัดเจน แต่ก็พอมีหนทางแก้ นั้นก็คือ การใช้ไฟจากแฟลซช่วย นั่นเอง

//* 6 ภาพตัวอย่างที่ผมนำมาให้ชมนั้นผมใช้กล้องคอมแพคถ่ายนะครับ

การโฟกัสของกล้อง
สำหรับ กล้องคอมแพคส่วนใหญ่จะมีแค่ AF ออโต้โฟกัส โดยเป้าสี่เหลี่ยมตรงกลางจอภาพจะเป็นจุดอ้างอิงให้ชัดที่สุด หรือก็คือใช้เป็นจุดวัดแสงด้วย  ส่วน DSLR จะสามารถ MF โดยหมุนที่เลนส์ได้ ช่วยให้ถ่ายวัตถุเล็กๆ ได้ดี …. และยังมีจุดโฟกัสที่มากถึง 9 จุด ในขณะที่ กล้อง คอมแพคส่วนใหญ่จะมี 1 – 4 จุด

สรุปการเลือกชื่อกล้องคอมแพค
– เซ็นเซอร์ยิ่งใหญ่ยิ่งดี
– เลนส์  ยิ่ง Optical Zoom ได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
– สามารถปรับ ค่าสปีดชัตเตอร์ และ รูรับแสงได้ จะดีมาก
– ล็อกโฟกัส และปรับโฟกัสเองได้ จะทำให้การถ่ายภาพวัตถุเล็กๆ หรือ ที่เคลื่อนที่ไปมา ได้ง่ายขึ้น

ถ้าได้คุณสมบัติข้างต้น ในราคาถูกๆ ก็ถือว่าคุ้มแล้ว ครับ ส่วนกล้อง DSLR ผมจะไม่พูดถึงรายละเอียด

(ตอนนี้คิดไม่ออกแล้วว่าจะเขียนอะไรต่อ ยังไงก็ช่วยแสดงความเห็นหน่อยนะครับ ถ้าผมเขียนผิด ก็ช่วยแนะนำด้วยครับ เพราะผมเขียนจากความเข้าใจของผมเอง)

411725_3423311464409_470967988_o

จากรูป เป็นกล้อง BenQ GH600 ซึ่งเป็นกล้องคอมแพคที่มีรูปร่างคล้ายกล้อง DSLR (จริงๆ จะเรียกว่า DSLR Like ก็ได้ เป็นกล้องชนิดที่อยู่ระหว่าง คอมแพค กับ DSLR  โดยที่ฮาร์ดแวร์เป็นคอมแพค แต่ตัวโปรแกรมเป็นของ DSLR และยังโดดเด่นในเรื่องของการซูมเลนส์อีกด้วย)  ใช้ถ่าน 4 ก้อนเป็นพลังงาน มีเซ็นเซอร์ CCD ขนาด 1/2.5 ซึ่งถือว่าเล็ก Optical Zoom จริงๆ ได้ 13X ที่เหลือเป็นดิจิตอลซูม
สามารถปรับสปีดชัตเตอร์ และรูรับแสงได้ ซึ่งถือว่าคุ้มกับราคามากที่เดียว (5900 บาท) รายละเอียดทั้งหมดขอให้เข้าไปดูในเว็บผู้ผลิต นะครับ

เปรียบเทียบ

รายละเอียดกล้อง Speed HD-120Z เข้าไปอ่านได้จาก สารบัญ Blog ของผมครับ ซึ่งเป็นกล้องวีดีโอ CMOS

By Bggaro Film

หากผมเขียนผิดตรงไหนก็ขออภัยด้วยนะครับ เดี๋ยวกลับมา

บทความที่เกี่ยวข้องและควรอ่านต่อ

แนะนำกล้องที่ใช้แล้วคุ้มค่า

About Bggaro

ช่างภาพ งานรับปริญญา งานแต่ง(Wedding) งานพิธี พรีเว็ดดิ้ง(พรีเว็ดดิ้ง) ช่างภาพบีจีกาโร่ โทร : 0935350173 Fb : @BggaroPhotoStudio

Posted on มิถุนายน 29, 2012, in ทฤษฎี/แนวคิด and tagged , . Bookmark the permalink. 32 ความเห็น.

  1. ตอนนี้ผมอยู่ต่างประเทศแล้วอยากซื้อกล้องของโอลิมปัสซักตัว แต่คนรอบข้างแนะนำแต่ตัวท็อปทั้งนั้นเห็นบทความนี้ก็เลยอยากได้กล้องที่มีความเป็นคอมแพคและSDLR. ในตัวแต่ไม่มีความรู้เลือกไม่ถูกจริงๆ เลยอยากขอคำแนะนำหน่อยครับ

  2. ไอเลิฟยู เขียนเข้าใจง่ายช่วยในการตัดสินใจได้เยอะเลย ขอบคุณมากค่ะ

  3. ขอบคุณครับพี่สุดหล่อ

  4. กำลังจะหากล้องซักตัวอยู่พอดี เลยได้ความรู้จากข้อมูลของคุณในการตัดสินใจเลือกซื้อขอบคุณมากค่ะ

  5. ขอบคุณมากคะ หนูได้ความรู้จากคุณพี่เยอะมาก การให้ของคุณพี่ในครั้งนี้เป็นประโยชน์กับคนที่ยังไม่รู้อีกมากมายคะ ขอให้คุณพี่ให้ความรู้แแก่ทุกคนไปเรื่อยๆนะคะ ขอบคุณมากๆคะ

  6. ได้ประโยชน์มากครับ ขอบคุณมากครับ
    พอดีผมกำลังจะซื้อกล้อง DSLR แต่ไม่รู้จะเลือกยังไง
    ถ้าเป็นไปได้กรุณาแนะนำให้ผมหน่อยนะครับ
    ผมมีงบประมาณประมาณ 20,000 – 30,000 บาทครับ

    • ก็ต้องถามตัวเองก่อนครับผม ว่าจะเอาไปใช้งานด้านไหน
      กรณีนี้มีงบเยอะ ก็คงไม่ใช่ปัญหาครับ แต่ควรเผื่อไว้ซ์้ออุปกรณ์เสริมด้วย เช่นแบต กริป แฟลซ ถ่านชาร์ดแท่นชาร์จ และเลนส์
      ถ้าพึ่งจะเล่นกล้อง DSLR ล่ะก็ ลองดู ว่าชอบค่ายไหนระหว่างแคนนอน และนิกคอน ผมแนะนำ 2 ค่ายนี้ //ตัวผมเองใช้แคนนอนอยู่ ครับ
      ถ้าเลือกค่ายได้แล้ว ต่อไปก็เลือกรุ่นของกล้อง ซึ่งผมแนะนำให้เลือกรุ่นใหม่ๆ ไปเลย คุ้มดี จากงบนี้ ถ้าฝั่งแคนนอน จะมี 700D 70D ส่วนฝั่งนิกคอน ก็จะมี D3300 D5300
      ถ้าเป็นผมจะเลือกเป็น 700D เป็รรุ่นกลางๆ ราคา 20000 แล้วซื้อเลนส์อเนกประสงค์สักตัว เช่น 17-70 18-200 ถ้าเน้นใช้งานธรรมดาไม่ได้เน้นไปรับงานถ่ายภาพนะครับ ฯลฯ

  7. ผมมีงบไม่มากอยากได้กล้องไปถ่ายรูปกิจกรรม รูปบุคคล เอาลงนิตยสาร ผมควรใช้กล้องแบบไหนดีครับ

  8. ขอถามง่ายๆนะค่ะ ไ่ม่เคยซื้อกล้องแบบนี้เรยจะไปรับปริญญา อยากได้ถูกแต่ดี รุ่นนี้Canon EOS 1100D Kit ดีไมค่ะ กล้อง Canon EOS 1100D ประมวลผลอัจฉริยะ DIGIC 4 เซ็นเซอร์ CMOS 12.2 ล้านพิกเซล สามารถใช้ความไวชัตเตอร์ ตั้งแต่ 30-1/4000 วินาที ปรับ ISO ได้ระหว่าง 100-6400 ระบบวัดแสง Multi (63 area), Center, Partial ถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยความเร็ว 3 fps for up to 830 JPEG, 2 fps for up to 5 RAW frames ปรับชดเชยแสงได้ -2 to +2EV in 1/3EV or 1/2EV steps สามารถดูภาพแบบ Live View Mode จอมอนิเตอร์ LCD 2.7 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซลสามารถถ่ายภาพในโหมด RAW ได้ รองรับ SD/SDHC/SDXC card

    • แนะนำขยับขึ้นมาเป็น 1200D หรือพวกเลข3หลัก 600D 650D 700D เลยดีกว่าครับ ตามงบประมาณ ส่วนใหญ่สั่งซื้อเอาจะได้ราคาถูกแถมมีโปรโมชั่นเด็ดๆ เพียบ ด้วย อ่ะครับ
      สำหรับรุ่น 1100D เป็นที่เริ่มจะเก่าแล้ว แต่ก็ใช้ได้ครับ //ถ้าอยากได้ภาพที่ชัดตื้นสักหน่อย ก็จัดเลนส์ ฟิก 50mm F1.8 เพิ่มเลยครับ ทำฉากหลังเบลอๆ ได้ // ถ้าถ่ายภาพหมู่ ก็ใช้เลนส์ที่มากับกล้อง 18-55mm หรือ 18-135mm

      • ขอบคุณค่ะ แล้วรุ่นที่พี่แนะนำราคาเท่าไรค่ะ มีเฟดไมค่ะอยากสอบถามจริงๆงยมีจำกัดด้วยค่ะ

      • แนะนำให้ Add เฟสบุคผม มาคุยดีกว่าครับ
        เฟสชื่อ Bggaro vfx

แสดงความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: